ดื่มเบียร์แก้โรคได้จริงไหมม??

เบียร์มีดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้างไม่ใช่ดื่มมีแต่โทษอย่างเดียวรึไงนะ มาดูกัน!!!

มาดูวิธีการดื่มเบียร์อย่างไรให้อร่อยกันบ้างดีกว่า !!

Tips ดื่มเบียร์ยังไงให้อร่อย?”

วิธีการดื่มเบียร์ให้อร่อย ก่อนอื่นต้องชิลล์แก้วให้เย็นและมีอุณหภูมิใกล้เคียงเบียร์ก่อน เพื่อไม่ให้อุนหภูมิเกิดผลกับรสชาติของเบียร์รสชาติ และรินเบียร์ให้ดีต้องมีฟอง โดยให้ฟองหนาประมาณ 1 นิ้ว หรือประมาณ 2 ข้อนิ้ว ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้ท้องอืด ยังช่วยให้เราได้กลิ่นของเบียร์ และสมผัสรสชาติของเบียร์เต็มที่อีกด้วย

“วิธีดื่มเบียร์แบบโปร”

1. Appearance ดูรูปลักษณ์ของเบียร์ ทั้งสี ความละเอียดของฟอง ตัวบอดี้

2. Aroma ดมกลิ่น วนแก้วเล็กน้อยแล้วยื่นจมูกเข้าไปในแก้ว ให้ได้กลิ่นของยีสต์ ฮ็อปส์ และมอลต์เต็มที่

3. Taste จิบรสชาติว่าเป็นอย่างไร เช่น ขม หวาน

4. Mouthfeel รับความรู้สึกในปากว่าบอดี้ของเบียร์ว่าเบาบางหรือแน่น ซ่ามากหรือน้อยแค่ไหน

5. Aftertaste หลังจากกลืนลงไปแล้ว มีรสชาติในปากอย่างไร เบียร์บางชนิดอาจขมแต่ทิ้งรสหวานไว้ที่ปลายลิ้น 

10 เบียร์ที่คุณไม่ควรพลาด!!

มาดูกันว่ามีเบียร์อ่ะไรบ้าง และมีส่วนประกอบอ่ะไร?? ที่จะทำให้คุณรู้จักพวกเค้ามากยิ่งขึ้น ไปเริ่มกันเลย🍺

RYES AND PUMPKIN ALES

เบียร์ประเภทนี้มีส่วนประกอบของข้าวไรย์ (Rye) และ Pumpkin Ale คือการใช้ฟักทองมาทำเบียร์ซึ่งได้รสชาติดีเยี่ยม เพราะฟักทองนั้นไม่ขมและเข้ากันได้ดีกันส่วนผสมอื่นๆ

1. BEAR REPUBLIC HOP ROD RYE

อีกหนึ่งสูตรจาก Bear Republic และถ้าหากคุณยังไม่เคยลองเบียร์ไรย์ ตัวนี้เป็นตัวเริ่มต้นที่ดีทีเดียว โดยใช้มอลต์จากข้าวไรย์ 18% ได้รสชาติเข้มข้น เบรคด้วยฮอพกลิ่นหอมๆและรสบางเบาของคาราเมล

■2. BELL’S SMITTEN GOLDEN RYE ALE

เบียร์อเมริกัน Pale Ale สไตล์ ที่เลือกใช้ไรย์เป็นจุดเด่น สีเหลืองทองกับฟองนุ่มๆการันตีว่ามันดื่มง่ายลื่นคอสุดๆ รสสัมผัสเบาๆ จิบแล้วได้กลิ่นหอมของส้มลอยมาอ่อนๆอีกด้วย

■3. FOUNDERS RED’S RYE

เบียร์เรดไรย์จากรัฐมิชิแกน ที่แน่นอนว่าได้ชื่อมาจากสีของมัน ขอบอกว่าเลยว่ามันรสชาติดีเยี่ยม! ที่สุดแห่งความนุ่มลิ้น และกลิ่นเกรปฟูตยิ่งช่วยกระตุ้นให้อยากจะยกดื่มเรื่อยๆ เป็นความลงตัวกันของคาราเมลมอลต์และเครื่องเทศ เป็นขวดที่เราแนะนำว่าต้องลองให้ได้!!

■4. PUMKING

เบียร์จากเลควู๊ด รัฐนิวยอร์ก ที่ผู้ผลิต Southern Tier ขอยกเครดิตให้กับจิตวิญญาณแห่งฮาโลวีน! ขอบอกว่าถ้าคุณได้ลองดื่มมัน คุณจะสัมผัสได้ถึงความวิเศษของฟักทองขวดนี้ เป็นความลงตัวของเครื่องเทศที่ชูรสชาติฟักทองให้โดดเด่น เหมือนกับคุณกำลังกินพายฟักทองที่มีความหอมมันของวิปครีม! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่าทั้งหมดที่บรรยายมารวมอยู่ในขวดนี้ สิ่งที่แย่สุดๆของเบียร์ตัวนี้คือมันมีขายเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคมเท่านั้น! และในเมืองไทยอาจจะหาซื้อยากอยู่สักหน่อย

■5. ELYSIAN’S THE GREAT PUMPKIN

สุดยอดเบียร์ตัวสุดท้ายจากเมืองซีแอตเทิล ที่มีส่วนประกอบของฮอพและมอลต์หลายสายพันธุ์ ผสมผสานกับฟักทองและเมล็ดฟักทอง เพิ่มรสชาติเข้าไปอีกด้วย อบเชย ลูกจันทน์เทศ กานพลู และเครื่องเทศออลสไปซ์ ได้รสชาติซู่ซ่า และจะเป็นประสบการณ์การดื่มที่คุณจะประทับใจ แน่นอนว่าขายเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม

WHISKEY / BOURBON BARREL-AGED STOUTS

ขอแนะนำให้รู้จักกับการหมักเบียร์แบบ aged beer คือการหมักเบียร์ในถังไม้ บ่มแบบใช้เวลาในระยะหนึ่ง เพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างลงตัว และรสชาติค่อนข้างแรง

■6. JOHN JOHN DEAD GUY ALE

ผู้ผลิตคือ Rogue Ales ที่มีโรงต้มกลั่นวิสกี้ จับมือร่วมงานกับทีมหมักเบียร์เพื่อที่จะรังสรรค์ มิสเตอร์จอห์นจอห์นให้ออกมาโลดแล่น พวกเขาใช้เวลา 2 เดือนในการหมักเบียร์ในถังไม้วิสกี้ เพิ่มคาราเมลและวานิลลาลงไป ก็จะได้วิสกี้เบียร์สูตรพิเศษ ค่อยๆจิบล่ะเพราะรสมันแรงสุดๆ

■7. GOOSE ISLAND BOURBON COUNTY BRAND COFFEE STOUT

อีกหนึ่งสูตรพิเศษที่ทำเป็น limited edition ปีละครั้ง กลิ่นหอมๆของกาแฟคั่วที่ Goose Island ตั้งใจเลือกสรรและทำอย่างสุดฝีมือ แต่ละปีผู้ผลิตจะเปลี่ยนกาแฟทำให้มีรสชาติแตกต่างกันไป เป็นเบียร์ที่มีรสชาติเฉพาะตัวจริงๆ

■8. DUCLAW RETRIBUTION

ต้องขอบอกว่า “คุ้มค่ากับการรอ” กับเบียร์ตัวนี้ที่ใช้เวลาหมักในถัง bourbon ถึง 6 เดือนเพื่อให้ส่วนประกอบต่างๆออกมาลงตัว มีแอลกอฮอล์สูงพอๆกับรสชาติล้ำเกินบรรยาย กับรสสัมผัสแน่น มีความมันนิดๆของครีมและคาราเมล กลิ่นหอมเข้ม เป็นเบียร์ที่ให้รสชาติคล้ายกับคุณกำลังจิบเอสแพรสโซ่แต่มันเข้มข้นยิ่งกว่า

■9. AVERY HOG HEAVEN

เบียร์จากรัฐโคโลราโดที่ใช้วิธี Dry hopping คือการใส่ฮอพลงไปหลังจากการหมัก โดยจะเลือกฮอพที่มีกลิ่นหอมมากหน่อย และนี้คือเบียร์สีเข้มๆที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบรสชาติฮอพแบบเน้นๆ บาลานซ์ลงตัวด้วยคาราเมล มอลต์แบบเข้มข้น จิบแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์!

■10. BROOKLYN BLACK OPS

เบียร์จากบรู๊คลิน นิวยอร์ก ที่มาในสไตล์แชมเปญ! หมักอย่างพิถีพิถันเพิ่มช็อคโกแลต กาแฟ และวานิลลา ใช้เทคนิคการหมักแบบแชมเปญโดยยีสต์มักแบบนอนก้น คือเชื้อยีสต์ที่จะจมอยู่ที่ก้นถังเมื่อหมักเสร็จ และผลลัพธ์คือเบียร์ฟองนุ่มหนา สัมผัสลิ้นแล้วจะไม่อยากหยุดดื่ม!

อ่ะไรคือ!! RED ALES/AMBERS

RED ALES/AMBERS ประเภทหนึ่งของ Pale Ale และ Red Ale หรือ Amber ค่อนข้างเน้นที่มอลต์มากกว่าฮอพ


1. KARL STRAUSS RED TROLLEY ALE

เบียร์จากซานดิเอโก้ที่การันตีรางวัลเหรียญทองจาก Great American Beer festival รางวัลใหญ่ที่ผู้ผลิตเบียร์ทั่วอเมริกาต่างฝันถึง! ด้วยรสสัมผัสลึกล้ำของเบียร์ตัวนี้มีรสชาติเข้มของมอลต์และหวานๆของท็อฟฟี่ และนี้คือสุดยอด Red Ale


■2. GREEN FLASH HOP HEAD RED ALE

เบียร์ยี่ห้อ Green Flash ครองใจนักดื่มเบียร์ตัวยงมานักต่อนักแล้ว เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตเบียร์จากซานดิเอโก้ที่ใครๆต่างก็ยอมรับว่าฝีมือการทำเบียร์นั่นช่างเด็ดขาดเสียจริงๆ สูตร Hop Head มีที่เด็ดที่เพิ่มฮอพแบบพิเศษลงไป ผลลัพธ์ที่ได้คือเบียร์กลิ่นหอมสีสวยตัวนี้ยังไงล่ะ


■3. BEAR REPUBLIC RED ROCKET ALE

เบียร์จากเมืองเฮลด์สเบิร์ก แคลิฟอร์เนีย ผู้ผลิตคือ Bear Republic ที่สุดจะภูมิใจนำเสนอเบียร์ red ale แบบสก็อตติชสไตล์ ที่พวกเขาบอกว่าเสมือนมันเดินทางจากสก็อตแลนด์มาแคลิฟอร์เนีย! และเจ้าเบียร์ตัวนี้ก็ให้กลิ่นหอมพรั่งพรูของฮอพพันธุ์ดีและรสสัมผัสอ่อนๆของคาราเมล


■4. ST. ARNOLD AMBER

จากผู้ผลิต Saint Arnold เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส เป็นเบียร์ที่ใส่ใจในรายละเอียดมาก โดยเลือกมอลต์ Caravienne ซึ่งเป็นธัญพืชมอลต์อย่างดีจากเบลเยี่ยมจุดเด่นคือความหอมและรสเฉพาะตัว เลือกสรรฮอพจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา ดูจากส่วนผสมที่คัดอย่างพิถีพิถันแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆคนยกให้เป็น Amber สุดเจ๋ง ด้วยรสชาติลงตัว อีกทั้งยังหอมกลิ่นฉ่ำๆของผลไม้และดอกไม้


■5. TRÖEGS NUGGET NECTAR

แค่เห็นสีเบียร์เราก็ตกหลุมรักมันแล้ว! อยากจะลองดื่มจริงๆ กับเบียร์จากรัฐเพนซิลเวเนียที่ผู้ผลิตเคลมว่า “Nugget Nectar จะนำท่านคอเบียร์ทั้งหลายสู่นิพพาน” ขนาดนั้นเลยล่ะ! เป็นผู้ผลิตที่ชอบเล่นกับความหวานของมอลต์แบบจัดเต็ม ตัดกับรสชาติขมๆของฮอพหลากหลายพันธุ์

เบียร์สีดำที่คนทั่วโลกชื่นชอบ🍺

ALES AND PORTERS Porter คือประเภทหนึ่งของ Ale อีกเช่นกัน มีสีดำเหมือน Stout แต่จะไม่เข้มมาก เทียบกับ Stout แล้วจะมีรสเบากว่า มีฟองเยอะกว่าและมีรสชาติหวานกว่า

■1. ROGUE HAZELNUT BROWN NECTAR

Porter เบียร์ สัญชาติอเมริกันจากรัฐโอเรกอน ที่เกิดจากการนำถั่วไปอบจนเกือบไหม้ เพิ่มความหวานด้วยช็อกโกแลตและตบท้ายด้วยมอลต์ เป็นส่วนประกอบที่ลงตัวสุดๆ

■2. EDMUND FITZGERALD

เบียร์จากเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ที่ตั้งชื่อตามเรือที่จมเมื่อปี ค.ศ. 1975 ทำไมงั้นล่ะ?? เพราะผู้ผลิตบอกว่าเบียร์นี้มีรสชาติที่นุ่มลึก อีกทั้งยังมีสีดำเข้มดูเหมือนกำลังจมดิ่งยังไงยังงั้น! จิบสักหนึ่งจิบและคุณจะได้สัมผัสรสชาติลึกๆล้ำๆนี้

■3. DESCHUTES BLACK BUTTE PORTER

สีดำเข้มๆนี้ได้จากช็อกโกแลต คาราเมลไหม้ และฮอพต่างๆที่ให้รสชาติขมแต่เมื่อทุกอย่างผสมผสานกันลงตัวก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Porter จากรัฐโอเรกอนยี่ห้อนี้เยี่ยมจริงๆ

4. DUCK-RABBIT BROWN ALE

Porter เบียร์ที่มีสีอ่อนลงมาเล็กน้อย และเรียกขานตัวเองว่า Brown Ale นั่นคือ Ale ประเภทหนึ่งที่มีสีเข้ม และมีกลิ่นมอลต์แรงๆ! ผู้ผลิตคือ Duck-Rabbit Craft Brewery, Farmville จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา คือผู้เชี่ยวชาญในการทำเบียร์ดำ ที่คัดเลือกฮอพจากรัฐแท็กซัส มีมอลต์ที่แตกต่างกันถึง 7 ชนิดคุณจะได้กลิ่นมันเตะจมูกและตั้งแต่จิบแรกกลิ่นของมอลต์และรสชาติขมนิดๆแต่ชุ่มคออย่างไม่น่าเชื่อ!

■5. NEWCASTLE BROWN ALE

เบียร์ดำจากสก็อตแลนด์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ขึ้นชื่อว่ามีเบียร์ดำเจ๋งๆมากมายให้ลองชิม และยี่ห้อนี้ก็ไม่ทำให้เสียชื่อชาวสก็อต! กับเบียร์ดำ Porter มาตรฐานสูง มีวิธีการผลิตที่ได้คุณภาพ และถึงแม้จะขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปประเทศไหนๆ เบียร์นิวคาสเซิลก็ยังคงรสชาติเยี่ยม

PILSNERS เบียร์ที่คนไทยชื่นชอบ!!

PILSNERS Pilsner เป็น Lager เบียร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ยีสต์หมักนอนก้นอุณหภูมิต่ำ ซึ่งถูกใจคนไทยกันถ้วนหน้า มีกลิ่นและรสชาติของฮอพแรงทำให้มีรสค่อนข้างขมแต่เนื้อบางเบา

■1. VICTORY PRIMA PILS

“พริม่า” คือภาษาเยอรมันที่ร้องตะโกนตอนมีความสุข และเบียร์จากรัฐเพนซิลเวเนียก็ทำให้เราแทบจะตะโกนออกมาว่า พริม่า! พริม่า! เพราะมันเจ๋งจริงๆกับเบียร์สัมผัสนุ่มๆไม่หนักไปไม่เบาบางจนเกินไป ดื่มได้เพลินๆให้ความสดชื่นเหมาะกับอากาศบ้านเราซะจริง

■2. SCRIMSHAW

เบียร์จากเมือง Fort Bragg เป็นเมืองติดชายฝั่งจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ชื่อและเทรดมาร์คของแบรนด์ได้แรงบันดาลใจจากกะลาสีเรือ Scrimshaw เบียร์เหลืองอ่อน รสชาติเบาๆแบบ Lager จิบง่าย ซดคล่อง รสชาติขมอ่อนมากสัมผัสแค่ปลายลิ้นและกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ผสมกับฮอพอื่นๆ เป็นเบียร์อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

■3. KELLER PILS

Keller Pils คือเบียร์ที่เหมาะสำหรับวันชิลๆ จิบเบียร์ไปเรื่อยๆแล้วเอนกายนอนเอกเขนก วันสบายๆที่ไม่รีบร้อนเหมาะมากกับเบียร์หอมฮอพหลากหลายชนิดที่ผู้ผลิต Southampton Publick House หมั่นทดลองเพิ่มฮอพ และหมักเบียร์สูตรพิเศษๆออกมาเสมอ

■4. PILSNER URQUELL

และในที่สุดเบียร์จากสาธารณรัฐเช็ก! เป็นต้นตำหรับ Pilsner ที่เริ่มตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 แน่นอนว่ายังคงรักษาชื่อเสียงไว้อย่างเหนียวแน่นกับเบียร์ Pilsner Urquell สีเหลืองอ่อนที่แอบให้กลิ่นข้าวโพดหวาน รสสัมผัสนิ่มๆไหลลงคอแบบลื่นๆ จิบได้เรื่อยๆไม่สะดุดเลยล่ะ

■5. PIVO HOPPY PILS

อีกหนึ่งเบียร์ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น แค่ได้กลิ่นหอมของมะกรูดและมะนาวก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว และยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้อื่นๆซ่อนอยู่อีกด้วย สีเบียร์เหลืองอ่อนใสๆกับสัมผัสกลางๆไม่หนักจนเกินไปและก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของ Pilsner

จะเป็นอย่างไรเมื่อเบียร์ไม่มีมอลต์!!

WHEAT BEER โดยปกติแล้วการทำเบียร์ที่จะขาดไม่ได้เลยคือ มอลต์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้มาจากข้าวบาเลย์ แต่ Wheat beer จะเลือกใช้ข้าวสาลีแทนมีส่วนผสมของฮอพค่อนข้างน้อย ทำให้มีรสชาติแตกต่าง ดื่มง่ายแบบนุ่มๆ


■1. WEIHENSTEPHANER HEFEWEISSBIER

เบียร์เยอรมันชื่อแสนจะยาวสีเหลืองเข้มตัวนี้มีทีเด็ดคือรสชาติของมอลต์ที่ติดปลายลิ้นแต่ตบท้ายด้วยความหวานของน้ำผึ้งและครีม! มันลงตัวกันทุกอย่างจนอยากจะซดดื่มแบบไม่ให้เหลือ! เป็น Wheat beer ที่ได้ติดท็อปในหลายๆเว็ปไซต์ อร่อยอีกต่อด้วยกับแกล้มที่ผู้ผลิตแนะนำว่าควรทานคู่กับไส้กรอก Bavarian และ Weisswurst


■2. LAGUNITAS LIL’ SUMPIN SUMPIN’ ALE

เบียร์จากผู้ผลิต Lagunitas Brewing Company มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นกับกลิ่นแรงของฮอพแต่ให้รสสัมผัสนุ่มลื่นคอเหมือนผ้าไหม! ฮอพต่างๆผสมผสานเข้ากันกับ Wheat และได้ออกมาเป็นรสชาติเพอร์เฟคลงตัว


■3. SCHNEIDER WEISSE

ในปี ค.ศ. 1872 กษัตริย์บาวาเรียตัดสินใจที่จะขายสิทธิการผลิต Wheat beer ให้ตระกูล WEISSE ดังนั้นแล้วตระกูลนี้คือตระกูลเก่าแก่มากในการผลิต Wheat beer แน่นอนว่าเบียร์ตัวนี้ย่อมมีความเก๋า! รสชาติเปรี้ยวนิดๆแต่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นลูกจันทร์เทศ แอปเปิ้ล และกานพลู ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทุกการจิบ! อยากจะลองเบียร์ในตำนานไหมล่ะ!


■4. WIDMER HEFEWEIZEN

เบียร์จากเมืองพอร์ทแลนด์เมืองแห่งฮิปเตอร์ ผู้ผลิตคือพี่น้องตระกูล Widmer ซึ่งนำเทคนิควิธีการการผลิตและการหมัก มาจากวิถีเยอรมันแบบแท้ๆ กลิ่นหอมๆของเบียร์และรสชาติของคาราเมลที่ไม่หวานจนเกินไป และสัมผัสเนื้อเบาบาง แค่นึกถึงก็อยากจะลองแล้ว


■5. FLYING DOG IN HEAT WHEAT

น้องหมาขอบินคือเบียร์แพ็คเกจกวนๆที่มีรูปหมาน้อยหน้าตาทะเล้น จากรัฐแมรี่แลนด์ เป็น Wheat beer ที่กระแทกกระทั้นกันด้วยรสชาติเต็มๆของ Wheat และเพิ่มกลิ่นผลไม้อย่างตระกูลส้ม ยิ่งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น


อ่ะไรคือเบียร์ที่เรียกว่า PALE ALEs !!


PALE ALEs เป็นเบียร์แยกย่อยจาก Ale สีคล้าย Blonde แต่มีกลิ่นฮอพและมอลต์แบบชัดเจน แตกต่างกันที่แต่ละผู้ผลิตจะเลือกเพิ่มผลไม้ เครื่องเทศ หรืออะไรอื่นๆลงไป


■1. THREE FLOYD’S ZOMBIE DUST

รัฐอินเดียน่าส่งเข้าประกวด! กับเบียร์แพ็คเกจสุดเจ๋งที่เห็นแค่ขวดก็อยากจะยกดื่มสักอึก! และเมื่อลองดื่มแล้วความเข้มข้นเต็มไปด้วยฮอพต่างๆก็ไหลพุ่ง รสชาติแรงแบบปลุกซอมบี้ตื่น! ผู้ผลิตคัดสรรเลือกฮอพอย่างดีจาก Yakima valley และยังมีกลิ่นหอมๆของสมุนไพร ส้ม และดอกไม้อีกด้วย ใครว่ารสชาติดุดันจะมีกลิ่นหอมไม่ได้ล่ะ


■2. SIERRA NEVADA

ผลิตที่โรงงาน Stone Brewing เมืองชิคาโก รัฐแคลิฟอร์เนียร์ รสชาติขมนิดๆเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเบียร์ชนิดนี้ รินให้มีฟองสักหน่อยแล้วจิบชิมฟองนุ่มๆ ยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเครื่องเทศหลากหลาย ยิ่งจิบยิ่งผ่อนคลาย


■3. ARROGANT BASTARD ALE

“คุณอาจจะไม่ชอบมันก็ได้” นื้คือโคว้ทของแบรนด์นี้! เพราะมันเหมาะสำหรับผู้ช่ำชองที่คอทองแดงเท่านั้น! ที่จะสัมผัสที่รสชาติที่ร้อนแรงของมันได้ แต่ถ้าคุณคือพวกเดียวกับเราก็ชนกันยาวๆ และจะไม่ผิดหวังกับรสสัมผัสเข้มข้นที่ไหลประดังเข้ามาในปาก และจบท้ายด้วยกลิ่นฮอพจัดๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว


■4. EDWARD

เป็นเบียร์ที่หาดื่มยากมาก แม้แต่ในอเมริกาเองก็แทบจะหาซื้อไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมันไม่เป็นที่นิยมหรือรสชาติห่วย แต่เพราะมัน Rare! ได้รับการยกย่องว่าเป็นเบียร์ Pale Ale ที่สุดยอดสุดๆในอเมริกา! ผู้ผลิตคือ Hill Farmstead Brewery ซึ่งทำการผลิตเบียร์กันจากรุ่นสู่รุ่นมานานและผลิตเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ ถ้าหากคุณบังเอิญไปเจอยี่ห้อนี้เข้าละก็ คุณเจอตำนานเข้าแล้ว เชื่อเราเถอะซื้อมันซะ! แล้วจะไม่เสียใจ


■5. DALE’S PALE ALE

อีกหนึ่งเบียร์จากรัฐโคโลราโด มีเอกลักษณ์ที่กลิ่นฮอพหอมอ่อนๆผสานมอลต์และกลิ่นของเกรปฟูตลอยแตะจมูก ทำให้ดื่มแล้วสดชื่น สัมผัสนุ่มนวลแต่รสชาติขมนิดๆ ยิ่งดื่มยิ่งวางไม่ลง!


รู้หรือไหม เบียร์BLONDS คือเบียร์อ่ะไร??

BLONDES จัดว่าเป็นเบียร์ประเภทหนึ่งของ Ale ซึ่ง Ale ใช้ยีสต์ที่ต้องการออกซิเจนในการย่อยสลายและหมักด้านบนสุดของถัง หมัก (เรียกกว่า ยีสต์มักลอย) โดยส่วนใหญ่ Blonde จะมีสีเข้มกว่าและดีกรีแอลกอฮอล์แรงกว่า Lager (เบียร์ Lager จะใช้ยีสต์แบบหมักนอนก้น คนไทยนิยมดื่มกันมาก เช่น สิงห์ หรือ ไฮเนเกน)

■1. GNOMEGANG

เบียร์ที่ผลิตจากเมืองคูเปอร์สทาวน์ รัฐนิวยอร์ก มีวิธีการหมักยีสต์ที่ทำให้ได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีกลิ่นกานพลู ผลไม้ที่สุกงอมฉ่ำ และยังมีรสบางๆของคาราเมลแต่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป หากคุณชอบดื่มสไตล์นี้รับรองชื่นใจ

■2. ALLAGASH WHITE

แค่เห็นสีก็อดใจจะลองไม่ไหว กับเบียร์จากรัฐเมน ที่มีกลิ่นบางๆของผลไม้ตระกูลส้ม รสชาตินุ่มละมุนลิ้นของลูกแพร์และเลมอน ทำให้ดื่มง่ายลื่นคอแบบเพลินๆ

■3. LOST COAST GREAT WHITE

คำเตือนจากเบียร์นี้คือ ระวัง! มันจะทำให้คุณหยุดดื่มไม่ได้เลย กับเบียร์สัญชาติอเมริกาที่ได้เทคนิคกรรมวิธีแบบเบลเยี่ยมสไตล์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าคือตัวพ่อแห่งเบียร์! และนี้คือเบียร์รสชาติเบาๆจิบเพลินๆฟีลกู๊ดยาวไป

■4. HOEGAARDEN

เราเชื่อว่าใครๆก็รู้จัก Hoegaarden เป็นอย่างดี กับเบียร์เบลเยี่ยมชื่อดังที่บุกตลาดไทยและครองใจนักดื่มหลายๆคน เป็นเบียร์ต้นตำรับเบียร์ขาวแบบเบลเยี่ยมสไตล์ ยีสต์ในเบียร์ตัวนี้ทำช่วยทำให้กลิ่นของ กล้วย ลูกแพร์ และเลมอนชัดยิ่งขึ้น จิบๆไปยังได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศอื่นๆอีก สดชื่นสุดๆไปเลย

■5. NINKASI SPRING REIGN

อีกหนึ่งเบียร์ Blonde จากอเมริกา กับรสชาตินุ่มนวลบางๆ แต่ถึงใจด้วยมอลต์และฮอพแบบจัดหนัก ชื่อแบรนด์มาจากเทพ Ninkasi เป็นเทพแห่งการหมักเบียร์ของชาวบาบิโลเนียน และเพื่อฉลองในฤดูใบไม้ผลิการดื่มเบียร์เจ๋งๆสักหน่อยก็เป็นความคิดแสนจะเข้าท่า!

10 สุดยอดเบียร์จากทั่วโลกที่ต้องลองโดนสักครั้ง!!

แนะนำเบียร์มากมายหลายชนิด หลายยี่ห้อที่จะมาให้รู้จักกัน เคยเป็นไหมอยากลองดื่มเบียร์ใหม่ๆดูบ้างแต่ก็งงเหลือเกิน ทำไมมันมีแต่คำศัพท์แปลกๆที่ไม่รู้จัก อะไรคือเบียร์ IPA เบียร์ และ STOUTS รับประกันเลยว่าอ่านจบแล้วคุณจะยิ่งรักการดื่มเบียร์เข้าไปอีก!!!

IPA’S – เบียร์เอล
เบียร์ IPA ย่อมาจาก India Pale Ale เกิดจากที่สมัยก่อนชาวอังกฤษอยากขนเบียร์ไปอินเดีย แต่เบียร์ดันเสียระหว่างทางเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างไกล เลยแก้ปัญหาด้วยการใส่พืชฮอพลงในเบียร์ให้เยอะมากกว่าปกติ
ซึ่งช่วยรักษารสชาติของเบียร์ได้

1. PLINY THE ELDER

เริ่มกันที่ยี่ห้อแรกกับ Pliny the elder ผลิตจากโรงงาน Russian River Brewing Co. ในเมืองซานตาโรซ่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็น Double IPA นั้นคือการใช้พืชฮอพมากกว่า 1 ชนิดผสมผสานได้ลงตัวกับมอลต์ บางคนบอกว่านี้เป็นหนึ่งในเบียร์ที่ดีที่สุดในสหรัฐ! จุดเด่นคือเมื่อคุณดื่มจะให้ความสดชื่นกับรสชาติที่ลงตัวของพืชฮอพ มอลต์ และผลไม้ตระกูลส้ม ลองแล้วจะติดใจจิบจนหมดแก้ว!

2. 60 MINUTE DOGFISH

เบียร์ชื่อดังจากโรงงาน Dogfish Head Brewery รัฐเดลาแวร์ เป็นเบียร์ที่ใช้พืชฮอพมากกว่า 60 ชนิด และต้มนานถึง 60 นาที! และนั้นก็คือที่มาของชื่อเบียร์ยังไงล่ะ

3. BELL’S HOPSLAM ALE MICHIGAN

อีกหนึ่ง Double IPA ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ โดยคัดสรรพืชฮอพ 6 ชนิดจากตะวันตกตอนเหนือของประเทศ ได้รสชาติขมๆแต่บาลานซ์ลงตัวกับรสชาติของมอลต์ เมื่อลองจิบดูเเล้วยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆของพืชตระกูลส้ม และน้ำผึ้งอีกด้วย

■4. SCULPIN IPA

เบียร์จากโรงงาน Ballast Point Brewing ซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติขมอ่อนๆของฮอพ และยังฉ่ำหอมไปด้วยผลไม้อย่าง มะม่วง พีช และเลมอน เห็นเบียร์ยี่ห้อปลา Sculpin ที่ไหนล่ะก็อย่าลืมหยิบติดไม้ติดมือไปลองล่ะ!

■5. BREW FREE OR DIE IPA

จะลองเบียร์ฟรีหรือตาย! นี้คือชื่อเบียร์ที่มีโลโก้สุดเจ๋งกับรูปผู้นำสหรัฐทั้ง 4 ที่ภูเขารัชมอร์ เป็นเบียร์ที่ผลิตจากโรงงาน 1st Amendment Brewery ในซานฟราสซิสโก เบียร์สีทองอร่ามยี่ห้อนี้มีหมัดเด็ดที่พืชฮอพ 6 ชนิดและมอลต์เข้มข้น กลิ่นเตะจมูกทันทีที่ลอง รู้อย่างนี้แล้วขอเบียร์ฟรีดีกว่าตาย!

STOUTS – สเตาท์เบียร์ สเตาท์เบียร์คือเบียร์ที่มีสีดำเข้มที่ได้จากการอบจนเกือบไหม้ของมอลต์ ยีสต์ และฮอพ ให้รสชาติเข้มข้นและนิยมดื่มกันในประเทศอังกฤษ คนไทยชอบเรียกกว่า เบียร์ดำ

■6. DESCHUTES THE ABYSS

เบียร์สเตาท์ที่ประกอบไปด้วยกากน้ำตาล ชะเอมเทศ วานิลลา และเชอร์รี่ ผลิตที่โรงงาน Deschutes Brewery ในรัฐโอเรกอน โดยกรรมวิธีการหมักเบียร์ในถังโอ๊ค และก็บูมมม! ได้รสชาติเข้มข้นฮาร์ดคอร์เหมาะสำหรับคอเบียร์ทั้งหลาย

■7. FOUNDER’S BREAKFAST STOUT

เบียร์เจ๋งๆจากรัฐมิชิแกนกับรูปเด็กน้อยหม่ำอาหารเช้า เบียร์ให้รสชาติบาลานซ์ของกาแฟและช็อกโกแลตมีทั้งความหวานและความขมแสนจะลงตัว หมักกับโอ๊ต กาแฟโคน่า และช็อกโกแลต เป็นความขี้เล่นของผู้ผลิตที่อยากให้คุณจิบเบียร์(ผสมกาแฟ)แทนอาหารเช้า แล้วคุณอยากลองดูไหมล่ะ

■8. GUINNESS

ถ้าพูดถึงสเตาท์แล้วไม่พูดถึง GUINNESS ถือว่าผิดมหันต์! เบียร์ GUINNESS ชื่อดังจากเมืองดับลิบ ประเทศไอร์แลนด์ ที่ยอดขายดีติดอันดับโลก ความโดดเด่นของสเตาท์เบียร์ยี่ห้อนี้คือรสชาตินุ่มๆที่ปลายลิ้นและปิดท้ายด้วยความขมหน่อยๆ หาซื้อได้ไม่ยากและรสชาติก็คุ้มค่าที่จะลองจริงๆ

■9. LEFT HAND MILK STOUT

อีกหนึ่งสเตาท์เบียร์จากอเมริกา ผลิตที่โรงงาน Left Hand Brewing Co รัฐโคโลราโด เบียร์ล้ำๆที่มีครีมนมผสม เค้าการันตีว่าจะทำให้คุณทึ่งกับรสชาติที่คาดไม่ถึง! ด้วยความหวานมันให้ฟิลเหมือนกินขนม แต่มันคือเบียร์รสชาติแสนอร่อย!

■10 .FOUNDER’S KENTUCKY BREAKFAST STOUT

เบียร์จากรัฐมิชิแกน ที่มีกรรมวิธีพิถีพิถันกับการหมักในถังโอ๊ค Bourbon นานเป็นปี ผสมช็อกโกแลตและเมล็ดกาแฟเพิ่มเข้าไปอีก เมื่อลองดื่มแล้วจะได้รสชาติเข้มๆแบบ Strong หลายๆคนต่างยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งในเบียร์ที่ดีที่สุด!

ทำความรู้จัก “ตลาดเบียร์” ของไทย พร้อมเปิด ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่น่าจับตามอง “คราฟต์เบียร์” หรือเบียร์ทำมือ!!

มูลค่าตลาดของเบียร์ในประเทศไทยอยู่ที่ 180,000 ล้านบาท โดยผู้เล่นที่อยู่ในตลาดเบียร์ของไทย คงหนีไม่พ้นเจ้าใหญ่ๆอย่าง ไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของเบียร์ช้าง และ บุญรอดบริวเวอรี่ เจ้าของเบียร์สิงห์ ลีโอ และยูเบียร์ ตลาดเบียร์หลักของไทย คือ ตลาด Economy ที่มีสัดส่วนตลาดมากที่สุดถึง 87% โดยมีเบียร์ลีโอที่มียอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในตลาด 46% ตามมาด้วยอันดับที่สอง อย่างเบียร์ช้างคลาสสิค 39%
ส่วนในตลาด Standard มีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 7% มีเบียร์สิงห์ครอบครองอยู่ถึง 6% ขณะที่ตลาดพรีเมียม มีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 6% ซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดของตลาดเบียร์ไทย มีเบียร์นอกอย่างไฮเนเก้นครอบครองตลาดมากที่สุดถึง 5%
ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่น่าจับตามองในตลาดเบียร์ของไทย
คือ “คราฟต์เบียร์” หรือเบียร์ทำมือ ในปี 2016 มูลค่าตลาดคราฟต์เบียร์มีมูลค่าเพียง 35 ล้านบาท แต่ในปี 2017 คราฟต์เบียร์มีมูลค่าตลาดมากถึง 300 ล้านบาท ถือเป็นการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โตถึง 8 เท่าภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และคาดว่าในอนาคตปี 2020 คราฟต์เบียร์
จะมีสัดส่วนเป็น 1% ของตลาดเบียร์ของไทย
ซึ่งสอดคล้อง SDGs ข้อที่ 9.Industry Innovation and Infrastructure ส่งเสริมการปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนทั่งถึง และสนับสนุนนวัตกรรมที่ทำให้เบียร์มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากยิ่งขึ้น ส่วนประกอบหลักในการหมักเบียร์มี 4 อย่างคือ น้ำ มอลต์(ได้จากเมล็ดข้าวอบแห้งหรือคั่ว ส่วนมากใช้เมล็ดข้าวบาร์เลย์) ฮอพ (พืชชนิดหนึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารกันบูด ให้รสขมตัดกับรสของมอลต์ และกลิ่นเฉพาะตัวในแต่ละสายพันธุ์) และ ยีสต์ นอกจากนั้นผู้ผลิตรายต่างๆยังเพิ่มส่วนผสมอื่นอีก เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ เช่นผลไม้ต่างๆ ธัญพืชเช่น เมล็ดข้าวสาลี ข้าวโพด แม้กระทั้งกาแฟและช็อคโกแลต!