นี่คือเบียร์ที่มีภาพลักษณ์แรงแบบไม่แคร์สื่อ ไม่แคร์สังคม เป็นตัวแทนของมนุษย์หัวใจ PUNK ที่ต้องการฉีกกฎเดิมๆ นอกจาก Concept จะแรงแล้ว ตัวเบียร์ก็ยังแรงไม่แพ้กัน เพราะเคยออกรุ่น The End of history มีดีกรีที่ 55% เรียกได้ว่าดื่มด่ำจนคอหอยแทบฉีกเป็นเสี่ยง ๆ กันเลยค่ะ แต่ที่ CNNGO แนะนำเป็นตัว 5 A.M SAINT เพราะไม่หนักเท่า ซึ่งเหมาะที่จะยกซดช่วงเวลาหลังบ่ายในสวนเบียร์ Highland อย่างชิลๆ
3. 8 WIRED HOPWIRED IPA
รู้ๆ กันอยู่ว่าของเด็ดของนิวซีแลนด์นั้นมีมากมาย ทั้งตำนานกีฬารักบี้ ทัวร์ตามรอยหนัง Lord Of The Ring หรือแม้แต่ของฝากสุดฮิตที่ต้องหิ้วกลับทุกครั้งนั่นคือ “ไวน์” แต่วันนี้โรงเบียร์ 8 WIRED กำลังสร้างหมุดปักในใจคอเบียร์ ซึ่งไม่ใช่แค่คนรักเบียร์ในประเทศเท่านั้น แต่หวังไกลไปทั่วโลก จินตนาการถึงขั้นว่าโรงเบียร์จะกลายเป็นจุดต้องเที่ยวของนิวซีแลนด์ เหมือนอย่างที่โรงเบียร์ในตำนานดังๆ เค้าทำกัน เค้าจัดทัวร์อยู่ ซึ่ง ณ.จุดนี้ต้องบอกว่าฝันของ 8 WIRED อาจเป็นจริงในไม่ช้า เพราะรสชาติของเบียร์ที่ผลิตให้ได้ลิ้มลองต้องบอกว่ายอดมาก เป็นเบียร์ IPA ที่ซุกซ่อนกลิ่น และ รสของส้ม องุ่น เสาวรส แต่ยังคงโดดเด่นด้วยผลผลิตของดอกฮอปทำให้เบียร์ไม่เสียรส 8 WIRED จึงเป็นเบียร์แห่งโลกทะเลใต้ที่ท้าทายนักดื่มทั้งหลาย
เป็นอีกหนึ่งตัวท็อปของวงการ ผู้เป็นทั้งกลุ่มคนบุกเบิกการทำคราฟต์เบียร์ และเปิดบาร์ที่เสิร์ฟเฉพาะไทยคราฟต์เบียร์เท่านั้นแห่งแรกในกรุงเทพฯ Golden Coins ทำเบียร์สไตล์มาตรฐานออกมาหลายตัวและคนชื่นชอบกันเยอะ ที่พลาดไม่ได้เลยคือ IPA ที่ค่อนข้างดื่มง่าย แต่ยังคงคาแรกเตอร์ขมลึกแบบต้นฉบับไว้ พิกัด: Let the Boy Die
Triple Pearl
หนึ่งในนักเรียนรุ่นแรกของ Chit Beer เกาะเกร็ด ที่ถนัดเบียร์สไตล์ Wheat Beer มากเป็นพิเศษ การันตีด้วยรางวัล Best Wheat Beer จากเวที Beer Camp: Fight Club เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พิกัด:Craft ‘N Roll และ Where Do WE Go
Sandport
อีกหนึ่งเบียร์หายาก แต่มีชื่อเสียงเลื่องลือในรสชาติมาก โดยเฉพาะ Too Much Coffee Porter เบียร์เข้มหอมกลิ่นกาแฟ ที่ไม่ต้องเป็นคอกาแฟหรือชอบเบียร์ดำก็เข้าใจได้ง่ายๆ พิกัด:Craft ‘N Roll และ Where Do WE Go
Devanom
เทพพนมเป็นเบียร์ชื่อใหม่แต่เก๋าในวงการเบียร์บ้านเรามาตั้งแต่เริ่มต้น ที่เป็นแบบนี้เพราะสองพี่น้องนักต้มใช้เวลาทั้งหมดฝึกฝนจนได้เบียร์ที่ได้รสชาติมาตรฐานตามที่ต้องการ และการันตีได้จากรางวัล Best IPA เวที Beer Camp: Fight Club ร่วมกับ Wheat Beer ของ Triple Pearl เป็นอีกหนึ่ง IPA ที่ต้องหามาชิมให้ได้ อยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมอ่านต่อ เบื้องหลังความสำเร็จของเบียร์เทพพนม และ Deva Farm ได้ที่นี่ พิกัด:Changwon Express
Mahanakorn Brewery
มหานคร เป็นเบียร์ที่เล่นกับวัตถุดิบไทยๆ อย่างชัดเจนในทุกตัวที่ผลิตออกมา รสชาติเน้นความสดชื่น บอดี้ไม่หนัก เหมาะกับอากาศบ้านเรา เช่น Simply Red Ale เป็นตัวที่ใช้ข้าวกล้องหอมมะลิเป็นส่วนประกอบ ให้กลิ่นหอมแบบ Roasty หน่อยๆ และขมจากฮอปส์ อีกตัวที่ให้คะแนนความสร้างสรรค์คือ เปียกปูนเบียร์ หรือ Siam Stout สเตาต์สไตล์ไทยๆ ผสมกาบมะพร้าวเผา (Coconut Charcoal) น้ำตาลมะพร้าว และใบเตย ครบสูตรที่เปียกปูนควรมีในรูปแบบพร้อมดื่ม พิกัด:Let the Boy Die และ Where Do WE Go
Pheebok
หนึ่งเบียร์หาตัวจับยากที่เจอที่ไหนเราขอเตือนว่าไม่ควรพลาด เบียร์ที่มาในอาร์ตเวิร์กการ์ตูนผีสามบาท และ copywriting skill ในเฟซบุ๊กที่ชวนหลอนจนพลอยให้คิดไปได้ว่าผู้ต้มเป็นเจ้าอาวาสจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Haunting Style Pale Ale เป็นรุ่นมาตรฐานที่เราแนะนำ ด้วยเนื้อสัมผัสกลาง ไม่บางจนเกินไป ผสมกับกลิ่นฮอปส์ฟุ้งๆ แต่ไม่ขมหนักเกินไปในสไตล์ Pale Ale ย้ำว่าในลิสต์นี้สามารถหาเบียร์ยี่ห้อต่างๆ ได้จากหลายๆ ร้านสลับกัน แต่ 99% ของเบียร์ผีบอกมีที่เดียว พิกัด:Junker & Bar
แก๊งต้มเบียร์จากเชียงใหม่กลุ่มนี้เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ค่อยๆ ต้มกันเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2015 รู้ตัวอีกที เชียงใหม่เบียร์ยกทีมกันไปผลิตที่โรงเบียร์ในประเทศลาว บรรจุขวด และนำกลับเข้ามาแบบถูกกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย แก๊งนี้มีสองตัวหลักยืนพื้น คือ Red Truck IPA หอมกลิ่นซิตรัส และ Chiang Mai Weizen นุ่มลื่นสำหรับคนไม่ถนัดขม พิกัด:Wishbeer, Teens of Thailand และ Bricks & Bone
Stone Head
ในวงการคราฟต์เบียร์บ้านเรา Stone Head ถือว่าเป็นน้องใหม่มาแรงอีกยี่ห้อหนึ่ง ที่เปิดให้เราได้รู้จักชื่อมาสักพักจากการพรีออร์เดอร์เบียร์รุ่นแรกในเว็บไซต์จำหน่ายเบียร์อย่าง Wishbeer.com ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในขณะที่ทีมผู้จัดทำนั้นซุ่มเงียบเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการไกลถึงเกาะกง และนั่นก็ทำให้ Stone Head ถือว่าเป็นเบียร์ยี่ห้อล่าสุด (หลังจากชาละวัน และเชียงใหม่เบียร์) ที่จำหน่ายในประเทศของเราแบบถูกกฎหมาย เราแนะนำให้เริ่มจาก Seven Days Witbier สไตล์เบลเยียม หอมนุ่มกำลังดี พิกัด:Let the Boy Die, Changwon Express และ Where Do We Go
Pale Ale: เป็นเบียร์หนึ่งในตระกูล Ale มีสีเหลืองทอง โดยมีรสชาติระหว่างความหอมหวานจากมอลต์กับความขมของฮ็อป หลายแบรนด์ได้เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ รวมทั้งสไตล์การหมัก
Indian Pale Ale: ที่หลายคนเรียกย่อๆ ว่า IPA เป็นเบียร์ในขั้นกว่าของ Pale Ale โดยมีจุดเด่นที่รสชาติซึ่งมีฮ็อปทำให้เบียร์ขมขึ้น เป็นคราฟต์เบียร์ยอดฮิต
Chalawan Pale Ale: คราฟต์เบียร์ที่มีแรงบันดาลใจจากตำนานพื้นบ้านไทย โดยนำบุคลิกของชาละวันมาดีไซน์เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้เบียร์ Pale Ale ที่หลายคนยกให้เป็นเบียร์ที่มีความสมดุลในรายละเอียด ทั้งความเข้มข้นของรสชาติและความหอมละมุนกับกลิ่นที่มีเอกลักษณ์
Chiang Mai Beer: เบียร์จากเชียงใหม่ที่ไปผลิตในประเทศลาว ก่อนส่งกลับมาขายในไทยแบบถูกกฏหมาย โดยมีรสยืนพื้น 2 ตัวคือ Red Truck IPA และ Chiang Mai Weizen
Stone Head: ความความตั้งใจที่อยากให้คนไทยดื่มเบียร์ที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบและส่วนผสมดีๆ ในราคาที่เท่ากับเบียร์นำเข้า และเป็นเบียร์อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนส่งกลับมาขายแบบถูกกฎหมายในไทย
Golden Coins: เป็นคราฟต์เบียร์ตัวท็อปอีกหนึ่งแบรนด์ที่หลายคนรู้จักดี มีเบียร์ IPA เป็นซิกเนเจอร์ โดยเฉพาะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แบบขมลึก